บทที่1:  สินค้า

เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ

​ถ้าพิจารณาสินค้าอย่างผิวเผิน มันจะมีภาพง่ายๆ คือมันเป็นผลผลิตที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต

               ไม้เมื่อถูกแปรรูปเป็นโต๊ะ ก็ยังเป็นไม้ที่จับต้องได้ แต่เมื่อมันกลายเป็นสินค้า มีเหตุการณ์มหัศจรรย์เกิดขึ้น ซึ่งน่าทึ่งกว่าภาพฝันของโต๊ะที่เดินเองหรือเต้นรำเองได้ คือโต๊ะในฐานะสินค้า กลายเป็นสิ่งที่มีค่าในฐานะที่แลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่นได้ เหมือนกับว่ามันเป็นคุณสมบัติ “ธรรมชาติ” ของโต๊ะ

               การมองว่าสินค้ามีค่าแลกเปลี่ยนในตัวมันเอง ซึ่งนำไปสู่การแลกเปลี่ยนในตลาด และนำไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ผู้แลกเปลี่ยนนั้น เป็นการมองทุกอย่างกลับหัวกลับหาง หรือที่เรียกว่าความคิด “คลั่งสินค้า” เพราะสินค้าไม่ใช่จุดเริ่มต้น แต่เรากลับนำสินค้าหรือวัตถุมากำหนดและควบคุมมนุษย์ เรามองว่าความสัมพันธ์หลักคือการแลกเปลี่ยนสินค้า โดยที่มนุษย์เป็นแค่เครื่องพ่วง แทนที่จะยอมรับว่าสิ่งที่เรากำลังแลกเปลี่ยนแบ่งปันคือ “การทำงานของคน”

• ผลผลิตจะไม่เป็นสินค้าโดยอัตโนมัติ การผลิตเพื่อใช้เองในครอบครัว หรือการผลิตเพื่อยกให้เจ้านาย ไม่ได้ทำให้สินค้าเกิดขึ้น

• สินค้าเกิดจากการแลกเปลี่ยนระหว่างสินค้า

• วัตถุบางอย่างไม่มีมูลค่าแลกเปลี่ยน เช่นอากาศที่เราหายใจ

             วัตถุทุกชนิด รวมถึงสินค้า มีมูลค่าสองชนิดที่ดำรงอยู่ในตัวมันเอง แต่แตกต่างกันคือ

1. มูลค่าใช้สอย คือความเป็นสิ่งที่ใช้เป็นประโยชน์ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะทางวัตถุของมัน เราวัดประโยชน์ใช้สอยเป็นหน่วยทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ เพราะใช้สอยในลักษณะต่างกัน เรารู้แค่ว่ามันมีประโยชน์ในด้านใดด้านหนึ่งของชีวิต และมูลค่าใช้สอยนี้อิสระจากการทำงานของมนุษย์ (เช่นไม่ว่าเราจะขยันแค่ไหนในการทำอาหารชิ้นหนึ่ง ถ้ามันเน่าก็ใช้สอยไม่ได้)

2. มูลค่าแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของการเป็นสินค้า ถ้าอะไรไม่ใช่สินค้าจะไม่มีมูลค่าแลกเปลี่ยน และถ้าอะไรไม่มีมูลค่าใช้สอยก็แลกเปลี่ยนไม่ได้เช่นกัน

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ