โดย สมทรง ตรีเเก้ว
ฟ.เองเกลส์ เขียนหนังสือหลักลัทธิคอมมิวนิสต์ขึ้นระหว่างช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 1847 ก่อนการเผยแพร่ แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ไม่กี่เดือน งานเขียนชิ้นนี้ได้จัดลำดับเเละเรียบเรียงแนวคิดหลักการคอมมิวนิสต์ และพัฒนาการชีวิตชนชั้นกรรมาชีพ ในช่วงที่กระเเสทางการเมืองโลกหันขวาอย่างรุนเเรง ผู้เขียนเห็นว่า ชนชั้นกรรมาชีพคือกำลังหลักสำคัญในการต่อต้านไม่ให้โลกหันขวา จึงใคร่ขอนำบทความของเองเกลส์ลงตีพิมพ์เป็นตอนเพื่อให้ชนชั้นกรรมาชีพมองเห็นพลังของตนเองและขอขอบคุณกลุ่มประกายไฟที่เเปลไว้หลัง 6 ตุลา 2519
(๑) ลัทธิคอมมิวนิสต์คืออะไร ลัทธิคอมมิวนิสต์ก็คือ ลัทธิที่ว่าด้วยเงื่อนไขแห่งการปลดปล่อยชนชั้นกรรมาชีพ
(๒) ชนชั้นกรรมาชีพคืออะไร ชนชั้นกรรมาชีพก็คือ ชนชั้นในสังคมซึ่งดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการขายแรงงานของตนเอง และไม่ได้ดึงเอาผลกำไรจากทุนชนิดใดๆทั้งสิ้น เป็นชนชั้นที่ความสุขและความทุกข์ยาก, จะอยู่หรือตาย, ชีวิตทั้งชีวิตขึ้นอยู่กับอุปสงค์ของแรงงานซึ่งก็เท่ากับขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงผันผวนของธุรกิจ, ขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนของการแข่งขันอันปราศจากขอบเขต หรือพูดอีกนัยหนึ่งกรรมาชีพหรือชนชั้นกรรมาชีพก็คือชนชั้นผู้ใช้แรงงานงานของศตวรรษที่ ๑๙ นั่นเอง
(๓) ถ้าเช่นนั้นแล้ว กรรมาชีพไม่ได้ดำรงอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมาหรือ เปล่าเลย, แม้ว่าทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมาจะมีชนชั้นผู้ใช้แรงงานที่ยากจนข้นแค้น, และชนชั้นผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่แล้วจะอดอยากยากได้ แต่ในอดีตนั้นไม่ได้มีผู้ใช้แรงงานหรือประชาชนผู้ทุกข์ยากมีชีวิตอยู่ภายใต้สภาพที่พวกเขาประสบอยู่ในทุกวันนี้เลย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง, จะไม่มีชนชั้นกรรมาชีพถ้าหากไม่มีการแข่งขันเสรีที่ไร้ขอบเขตอย่างเช่นในยุคปัจจุบัน (ค.ศ.1847-กองบก.)
(๔) ชนชั้นกรรมาชีพก่อกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร ชนชั้นกรรมาชีพก่อกำเนิดขึ้นมาจากการปฎิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งเกิดขึ้นในอังกฤษในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 18 และต่อจากนั้นก็เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ที่เจริญก้าวหน้าของโลก การปฎิวัติอุตสาหกรรมนี้มีแรงกดดันให้ปะทุขึ้นมาคือการค้นพบเครื่องจักรไอน้ำ, เครื่องจักรปั่นฝ้ายชนิดต่างๆ, เครื่องจักรทอผ้ารวมไปถึงเครื่องยนต์กลไกทั้งหลายที่ได้มีการประดิษฐ์คิดค้นกันขึ้น เครื่องจักรซึ่งมีราคาสูงและนายทุนตัวเบิ้มๆ เท่านั้นที่สามารถซื้อได้ เหล่านั้นจะเปลี่ยนรูปแบบการผลิตทั้งหมด อีกทั้งจะเข้าแทนที่แรงงานคน เพราะเหตุที่ว่าต่อมาเครื่องจักรราคาถูกลงและผลิตสินค้าได้ดีมีประสิทธิภาพกว่าแรงงานคนที่ผลิตด้วยมือ เครื่องจักรเป็นตัวการที่ทำให้อุตสาหกรรมทั้งปวงต้องตกอยู่ในมือนายทุนใหญ่ ขณะเดียวกันก็ทำให้เครื่องมือการผลิตทั้งหลายของชนชั้นผู้ใช้แรงงานหมดความหมายลงไป (เช่น เครื่องมือการผลิตต่างๆ, หูกทอผ้าฯลฯ) ผลที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากสภาพดังกล่าวก็คือ ภายในเวลาไม่นานนักนายทุนก็สูบเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาเป็นสมบัติของตนเอง โดยไม่เหลืออะไรไว้ให้ชนชั้นผู้ใช้แรงงานเลย นี่เป็นลักษณะสำคัญของระบบอุตสาหกรรม ยุคแรกเริ่มซึ่งจะเติบโตไปเป็นอุตสาหกรรมทอผ้าต่อไป
(๕) การกระตุ้นเร้าให้เกิดการนำเอาเครื่องจักรกลและระบบโรงงานเข้ามาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมทอผ้า การพิมพ์ลายผ้าการปั้น และอุตสาหกรรมเหล็ก ด้านคนงานพวกเขาก็ถูกแบ่งให้ทำงานอย่างมากขึ้นทุกที คนงานคนหนึ่งที่เมื่อก่อนนี้เขาสามารถทำงานชิ้นหนึ่งได้สำเร็จสมบูรณ์ด้วยตัวคนเดียว มาบัดนี้เขาสามารถทำได้เพียงชิ้นส่วนบางชิ้นเท่านั้น การแบ่งงานทำให้การผลิตสิ่งของเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าและต้นทุนต่ำกว่า และการแบ่งงานนี้เองที่ลดกิจกรรมของงานคนๆ หนึ่งลงมาให้เป็นกิจกรรมง่ายๆ ที่มีการเคลื่อนไหวเหมือนเครื่องจักรซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งลักษณะดังกล่าว เครื่องจักรย่อมปฎิบัติงานได้ดีกว่า โดยวิถีทางเช่นนี้เองที่อุตสาหกรรมแบบเดิมทั้งหลายทั้งปวง จึงเดินเรียงแถวเข้าไปอยู่ภายใต้การครอบงำของเครื่องจักรไอน้ำเครื่องยนต์กลไก, และระบบโรงงานโดยสิ้นเชิง ดังเช่นที่การปั่นฝ้าย, การทอผ้าได้เดินนำหน้าไปก่อนแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมทั้งหลายนั้นก็ตกอยู่ในมือของนายทุนใหญ่ พร้อมกันนี้นายทุนใหญ่ก็จะดึงมือเอาคนที่ทำงานอิสระเข้ามาอยู่ภายใต้อำนาจของตนทั้งหัตถกรรม และการช่างฝีมือก็ได้หลั่งไหลเข้ามาอยู่ในตัวเมือง ซึ่งมีระบบโรงงานที่ละน้อยๆ เนื่องจากจำนวนนายทุนใหญ่เพิ่มมากขึ้น และได้เข้ามาแทนที่นายจ้างช่วงฝีมือด้วยการตั้งโรงงานขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถทุ่นค่าใช้จ่าย และทำให้การแบ่งงานละเอียดแยกย่อยลงไปสามารถกระทำได้อีกด้วย
นี่คือความเป็นมาเกี่ยวกับว่าในประเทศที่เจริญรุ่งเรืองนั้น คนงานเกือบทุกประเภทได้เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมใหญ่ๆในปัจจุบันได้อย่างไร และหัตถกรรมกับการช่างฝีมือทุกสาขาได้ถูกแทนที่อย่างไร กระบวนการเหล่านี้ทำให้ชนชั้นดั้งเดิมได้พังทลายลงไปในระดับกว้างขวางใหญ่โต อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน,โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกนายจ้างช่างฝีมือ อีกทั้งยังได้เปลี่ยนเงื่อนไขการดำรงชีวิตทั้งหมดของผู้ใช้แรงงาน, และได้ให้กำเนิดแก่ชนชั้นใหม่ ๒ ชนชั้น ซึ่งค่อยๆ กลืนชนชั้นเดิมของตนหมดไป/ มีต่อฉบับหน้า

