สรรนิพนธ์ของเลนิน

โดย รุเธียร

               ถ้าหากลัทธิมาร์กซ์ได้วางรากฐานแนวคิดคอมมิวนิสต์ไว้ในหมู่กรรมกรแห่งยุโรปที่จะลุกขึ้นโค่นล้มระบบทุนนิยมแล้ว วลาดิมีร์ อิลลิช อุลยานอฟ เลนิน (ค.ศ.1870 – 1924) นักปฏิวัติชาวรัสเซียก็ได้นำลัทธิมาร์กซ์นั้นไปปฏิบัติให้เห็นผลจนรัสเซียกลายเป็นรัฐสังคมนิยมแห่งแรกของโลก และการลุกฮือของกรรมกรชาวนาเพื่อโค่นล้มชนชั้นนายทุนภายใต้การนำของพรรคบอลเชวิคและเลนินในตอนนั้นก็ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับบรรดามวลชนผู้ยากไร้ในประเทศอาณานิคมและกึ่งอาณานิคมที่ถูกจองจำภายใต้ร่มเงาของจักรวรรดินิยมให้ลุกขึ้นมาปลดแอกตัวเอง

​               ความเจนจัดของการปฏิวัติรัสเซียอยู่ที่ว่าแม้ขณะนั้นรัสเซียจะไม่ได้เป็นประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพิ่งก้าวผ่านศักดินาแบบเอเชียมาเป็นทุนนิยม ชนชั้นกรรมาชีพยังคงเป็นประชากรส่วนน้อยเมื่อเทียบกับชาวนา แต่เลนินได้เล็งเห็นถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงของระบบทุนนิยมโลกและเขาต่อยอดทฤษฎีของมาร์กซ์ผ่านบทนิพนธ์ต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของรัสเซียซึ่งมวลชนถูกกดขี่ขูดรีดอย่างหนักหน่วงภายใต้ระบอบซาร์และอิทธิพลของมหาอำนาจจากโลกภายนอก

จะทำอะไรดี? คำถามสำคัญเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเรา (What Is To Be Done? Burning Question of Our Movement, 1902) เลนินมองว่าแรงงานไม่อาจเกิดจิตสำนึกทางชนชั้นขึ้นโดยธรรมชาติเพียงแค่จากการต่อสู้ภายในขอบเขตความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานกับนายจ้างเท่านั้น แต่นักปฏิวัติจะต้องนำเข้าจิตสำนึกทางการเมืองจากภายนอกโดยการจัดตั้งพรรคแนวหน้าเพื่อหล่อหลอมแนวคิดของลัทธิมาร์กซ์ให้กับชนชั้นกรรมาชีพในการมองสังคมอย่างเป็นองค์รวม 

จักรวรรดินิยม: ขั้นสูงสุดของทุนนิยม (Imperialism: The Highest Stage of Capitalism, 1916) งานเขียนชิ้นโบแดงนี้ เลนินได้แสดงให้เห็นว่าการขยายตัวของทุนจะนำไปสู่กลุ่มทุนผูกขาดและทุนธนาคารที่มีความใกล้ชิดกับรัฐซึ่งร่วมมือกันส่งออกทุนไปทั่วโลกและขโมยเอาส่วนเกินกลับมาสู่รัฐแม่ การแบ่งแยกเขตแดนของโลกในหมู่ประเทศทุนนิยมใหญ่ก่อให้เกิดสงครามระหว่างมหาอำนาจด้วยกันเองเพื่อยึดครองอาณานิคมซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รัสเซียและหลาย ๆ ประเทศ ณ ขณะนั้นกำลังเผชิญหน้า และจักรวรรดินิยมก็จำต้องเผชิญกับแรงต้านทานใหม่ คือมวลชนผู้ตรากตรำของประเทศล้าหลังนั่นเอง

ภารกิจของชนชั้นกรรมาชีพในการปฏิวัติปัจจุบัน (The Tasks of the Proletariat in the Present Revolution) หรือ นิพนธ์เดือนเมษายน (April Theses, 1917) ภายหลังการปฏิวัติของกรรมกรในเดือนกุมภาพันธ์ 1917 อำนาจในการปกครองประเทศตกเป็นของรัฐบาลชนชั้นนายทุน งานเขียนชิ้นนี้สร้างความตกตะลึงให้กับบอลเชวิคบางกลุ่มที่ก่อนหน้านั้นมองการปฏิวัติเป็นขั้นบันได เพราะเลนินเรียกร้องให้พรรคบอลเชวิคไม่เข้าร่วมกับรัฐบาลและให้สภาโซเวียตก่อการยึดอำนาจรัฐไปสู่สังคมนิยมที่ปกครองจากล่างขึ้นบนทันที โดยยกเลิกระบบรัฐการยึดกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งหมด ควบรวมกิจการธนาคาร และนำการผลิตทางสังคมทั้งหมดมาอยู่ภายใต้การควบคุมของสภาโซเวียต

รัฐกับการปฏิวัติ: หลักมาร์กซิสต์ของรัฐและภารกิจของชนชั้นกรรมาชีพในการปฏิวัติ (State and Revolution: The Marxist Doctrine of the State and the Tasks of the Proletariat in the Revolution, 1917) เลนินอาศัยบทนิพนธ์ของเองเกลส์มาต่อยอดถึงความไม่เป็นธรรมชาติของรัฐซึ่งเป็น “ผลิตผลของความไม่อาจประนีประนอมกันได้ของความขัดแย้งทางชนชั้น” “องค์กรพิเศษของกองกำลังติดอาวุธ” และ “เครื่องมือสำหรับขูดรีดชนชั้นที่ถูกกดขี่” เลนินแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการปฏิวัติด้วยความรุนแรงเพื่อก่อตั้งรัฐสังคมนิยมโดยเผด็จการของชนชั้นกรรมาชีพเพื่อปราบปรามผู้กดขี่ เมื่อการบดขยี้การต่อต้านของชนชั้นนายทุนสิ้นสุดลงไปแล้ว ระหว่างสมาชิกในสังคมไม่มีความแตกต่างในความสัมพันธ์ทางการผลิตแล้ว รัฐซึ่งเป็นเครื่องมือของการกดขี่บังคับปราบปรามจึงจะสูญสิ้นไปและเข้าสู่สังคมคอมมิวนิสต์ นั่นคือเสรีภาพและประชาธิปไตยของคนหมู่มากอย่างแท้จริง

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ