ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจการเมืองของรัสเซียในศตวรรษที่ 19

โดย ชัยศูทร สากลนิยม

          ช่วงศตวรรษที่ 19 ในยุโรปเป็นช่วงเวลาแห่งการพัฒนาทางการผลิตในยุโรปภายใต้ทุนนิยม ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างมาก เช่น ระบบการศึกษาที่อาศัยโรงเรียน ระบบร้านอาหาร เป็นต้น และรัสเซียที่ยังล้าหลังในช่วงเวลาเดียวกันก็ต้องเร่งพัฒนาและปฏิรูปประเทศตามกระแสธาร 

          พัฒนาการสู่สมัยใหม่ของรัสเซียเริ่มต้นสมัยซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 (Aleksandr II) เริ่มต้นในเวลาไล่เลี่ยกับสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งสยามซึ่งมีการเลิกทาส มีการพัฒนาระบบอุตสาหกรรม สร้างทางรถไฟ สร้างระบบจัดเก็บภาษี เป็นต้น อย่างไรก็ตาม พลังการผลิตกลับไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มประสิทธิภาพ ระบบอุตสาหกรรมในรัสเซียกระจุกอยู่ตามหัวเมืองหลักต่าง ๆ ทางตะวันตกของประเทศ่ และในพื้นที่ชนบทยังขาดการพัฒนา หากพิจารณากระบวนพัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจการเมืองแล้ว กระบวนการดังกล่าวในรัสเซียแตกต่างจากยุโรปโดยสิ้นเชิง

          ในรัสเซียนั้นไม่เคยมีการปฏิวัติภายใต้การนำของชนชั้นกระฎุมพีเฉกเช่นในยุโรป  ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามในการสร้างการปฏิวัติแบบชนชั้นกระฎุมพีเสรีนิยมในรัสเซียของกลุ่มนายทหารหลังสงครามนโปเลียนเรียกว่า การเคลื่อนไหวเดือนธันวาคม (Decembrist Movement) ในปี 1825 แต่ประสบความล้มเหลว หรือแม้แต่การเคลื่อนย้ายของเสรีชน เช่น พ่อค้าหรือช่างฝีมือก็ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากกฎหมาย Ulozhenie ที่กำหนดให้พ่อค้าและช่างฝีมือมีสถานะเป็นทรัพย์สินของเมือง ห้ามทำการโยกย้ายที่อยู่อาศัย เพื่อรักษาผลผลิตให้คงที่ (อนันต์ชัย เลาหะพันธุ และ สัญชัย สุวังบุตร, 2550, น. 51-52) กระบวนการสะสมทุนของรัสเซียจึงมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากนายทุนหรือพ่อค้าที่ต้องการขยายพื้นที่การค้าออกไปจำเป็นต้องขออนุญาตจากรัฐ และกลายเป็นส่วนหนึ่งระบบขุนนาง

​ความขัดแย้งทางชนชั้นระหว่างชนชั้นกลาง (Bourgeoisie) กับระบอบกษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือการปฏิวัติของกระฎุมพีเป็นปัจจัยสำคัญที่เปิดทางไปสู่การพัฒนาระบบอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ เช่น การปฏิวัติฝรั่งเศสใน ค.ศ.1848 ที่เริ่มต้นจากความไม่พอใจทางการเมืองของกระฎุมพีเสรีนิยม แต่นำไปสู่การลุกฮือของชนชั้นกรรมาชีพ และจบลงด้วยการก่อตั้งสาธารณรัฐที่ 2 แบบรัฐสภานายทุน (ใจลส์ ใจ อึ๊งภากรณ์, 2562, น. 78) ที่ปราบปรามขบวนการของชนชั้นกรรมาชีพและชาวนาอย่างรุนแรง แต่นำไปสู่การสะสมทุนและพัฒนาการผลิตเป็นระบบอุตสาหกรรมทุนนิยม การล่มสลายของระบบช่างฝีมือ รวมไปถึงการป้อนเสรีชนจำนวนมากเป็นชนชั้นกรรมาชีพในเมือง นำไปสู่ความขัดแย้งทางชนชั้นระหว่างชนชั้นกรรมาชีพและนายทุนในเวลาต่อมา

          แม้ว่าการปฏิวัติ 1848 ในยุโรปเป็นแรงกดดันให้รัสเซียต้องเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ชนชั้นกระฎุมพีมีจำนวนน้อยเกินกว่าที่จะเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงในลักษณะดังกล่าว แม้แต่การเลิกระบบทาสติดที่ดินเพื่อแปรสภาพชาวนาให้เป็นเสรีชนที่ส่วนใหญ่ กลับกลายเป็นชาวนาผู้เช่าที่ดินเนื่องจากระบบอุตสาหกรรมมีปริมาณน้อยเกินกว่าจะรองรับเสรีชนทั้งหมด อีกทั้ง ระบบอุตสาหกรรมหรือระบบทุนมีลักษณะที่ต้องพึ่งพาอำนาจรัฐหรือผลิตสินค้าเพื่อป้อนความต้องการของรัฐเป็นหลัก ไม่ได้จากความต้องการสะสมทุนและแสวงหากำไรของชนชั้นนายทุน จากตรงนี้ จะเห็นได้ว่า ชนชั้นกลางที่มีหน้าที่สะสมทุนไม่มีปริมาณและศักยภาพมากพอที่ขับเคลื่อนการเมืองเฉกเช่นในยุโรปตะวันตก ด้วยเหตุนี้ ทำให้รัสเซียยังไม่มีระบบการเมืองที่เป็นเสรีนิยมและการพัฒนายังคงกระจุกตัวตามเมืองหลักไม่กี่เมือง ดังนั้น รัสเซียจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการปฏิวัติกระฎุมพีเพื่อสร้างระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมในการก่อรูปความขัดแย้งทางชนชั้นระหว่างชนชั้นกรรมาชีพกับนายทุนเพื่อนำไปสู่การปฏิวัติสังคมนิยมหรือไม่

          ในความเป็นจริงนั้น แม้ว่ารัสเซียจะมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจการเมืองที่ต่างจากยุโรปและล้าหลังกว่ามาก จนเกิดข้อถกเถียงสำคัญระหว่างฝ่ายซ้าย ได้แก่ ข้อเสนอถึงความจำเป็นในการสร้างการปฏิวัติเพียงแค่ระดับรัฐชาติหรือการสร้างสังคมนิยมประเทศเดียวเพื่อสถาปนาระบบอุตสาหกรรม การสะสมทุนเพื่อเตรียมการปฏิวัติสังคมนิยมจากความขัดแย้งทางชนชั้นระหว่างชนชั้นกรรมาชีพกับนายทุน ที่เสนอโดยโยซิฟ สตาลินและผู้สนับสนุน กับข้อเสนอถึงการปฏิวัติจากสังคมกึ่งชาวนากึ่งอุตสาหกรรมไปสู่สังคมนิยมในทันทีและส่งออกการปฏิวัติระดับระหว่างรัฐชาติหรือสากลที่มีชนชั้นกรรมาชีพเป็นหัวหอกสำคัญเมื่อสถานการณ์สุกงอม ที่เสนอโดยเลฟ ตรอตสกี (Lev  Trotsky) และผู้สนับสนุน

​โดยสรุปแล้ว ปัญหาสำคัญของพัฒนาการด้านเศรษฐกิจการเมืองของรัสเซียในศตวรรษที่ 19 คือการขาดแคลนชนชั้นกระฎุมพีที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจการเมืองในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่น การปฏิวัติกระฎุมพีในยุโรปปี 1848 ที่กำจัดความสัมพันธ์ทางการผลิตแบบฟิวดัลโดยสมบูรณ์และปูทางให้เกิดการสะสมทุน แสวงหากำไร และพัฒนาระบบทุนนิยมอุตสาหกรรม รวมไปถึงการป้อนเสรีชนเป็นชนชั้นกรรมาชีพเพื่อนำไปสู่ความขัดแย้งทางชนชั้นระหว่างชนชั้นกรรมาชีพกับนายทุน อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของการปฏิวัติสังคมนิยมเดือนตุลาคมอันยิ่งใหญ่นั้นเป็นข้อพิสูจน์ว่า การปฏิวัติสังคมนิยมในรัสเซียคือการแตกหักขั้นตอนทางประวัติศาสตร์  ชนชั้นกรรมาชีพจากกประเทศล้าหลังสามารถก้าวเป็นหัวหอกของการปฏิวัติสังคมนิยมได้

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ