โดย บอสอูมามิ
แนวคิดที่ว่า “เรียนสูงๆ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน” เป็นวาทกรรมที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็กโดยครอบครัว ครู และสังคมโดยรอบ ซึ่งสะท้อนค่านิยมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและฐานะทางสังคม โดยเฉพาะการผลักดันให้เรียนในสายที่ “มีอนาคต” เช่น แพทย์ วิศวกรรม ฯลฯ อย่างไรก็ตาม แม้อาชีพเหล่านี้จะดูมีเกียรติและมั่นคง แต่ในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม พวกเขาก็ยังคงเป็นแรงงานที่ทำงานเพื่อสร้างกำไรให้แก่ชนชั้นปกครอง
นักคิดมาร์กซิสต์ชาวอิตาลี อันโตนิโอ กรัมชี มองว่า การศึกษาไม่ได้เป็นกลางหรือเป็นเพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญของชนชั้นปกครองในการครอบงำทางอุดมการณ์ โรงเรียนจึงทำหน้าที่ในการผลิตซ้ำค่านิยมและแนวคิดของชนชั้นนำ ให้ดูเป็นธรรมชาติหรือเป็นกลาง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเป็นการสืบทอดอำนาจของพวกเขา
กรัมชีแบ่งโรงเรียนออกเป็นสองประเภท คือ โรงเรียนแบบคลาสสิกที่มีไว้สำหรับชนชั้นนำ และโรงเรียนสายอาชีพสำหรับผลิตแรงงานฝีมือให้แก่ระบบการผลิตของทุน เขาเสนอว่าการศึกษาที่แท้จริงควรเป็น “โรงเรียนของสาธารณะ” (Common School) ที่ให้ความรู้พื้นฐาน มนุษยศาสตร์และวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาทักษะเพื่อการทำงาน โดยไม่ลดทอนพลังทางปัญญาของผู้เรียน
นอกจากนี้ กรัมชียังเสนอแนวคิด “ปัญญาชนอินทรีย์” คือบุคคลจากชนชั้นแรงงานที่มีบทบาทในการสร้างและเผยแพร่อุดมการณ์เพื่อท้าทายอำนาจของชนชั้นนำ ซึ่งสามารถมีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบการศึกษาทางเลือกที่เป็นอิสระจากรัฐและทุน เช่น การศึกษาวิจารณ์ การเรียนรู้แบบชุมชน หรือการเรียนรู้เพื่อการปลดปล่อย
ดังนั้น แนวคิดที่ว่าเรียนสูงๆ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน จึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายและการเรียนสูงๆไม่ได้เป็นชนชั้นปกครองจริงเพราะเราถูกผลิตมาเพื่อรับใช้รัฐทุนนิยมอยู่ดี เราควรเปลี่ยนการศึกษาเป็นเครื่องมือในการตื่นรู้และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมให้เป็นธรรมและเท่าเทียมยิ่งขึ้น

