สงครามจักรวรรดินิยม สงครามปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มทุน

โดย วัฒนะ วรรณ

​“เราต้องเลือกระหว่าง ความป่าเถื่อนของทุนนิยม กับ การปฏิวัติสร้างสังคมนิยม”  โรซา ลัคเซมเบิร์ก

​สงครามไม่ใช่ “ธรรมชาติ” ของมนุษย์ ไม่ใช่ “นิสัยพื้นฐานของมนุษย์” เช่นที่มีบางคนพยายามอธิบายแบบนั้น สงครามเกิดจากการแย่งชิงผลประโยชน์กันระหว่างกลุ่มทุนต่างๆ ระหว่างรัฐต่างๆ ที่ร่วมมือกัน นี่คือสิ่งที่ชาวมาร์คซิสต์เรียกว่า “ระบบจักรวรรดินิยม”

​ถ้าจะไม่ให้สงครามเกิดขึ้น การโทษผู้นำแบบปัจเจกจะไม่สามารถยุติสงครามอย่างถาวรได้ ตราบเท่าที่ยังมีรัฐทุนนิยมอยู่ เราจำเป็นต้องร่วมมือกันสมานฉันท์กับคนกลุ่มต่างๆ ที่รักความเป็นธรรม สร้างขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อโจมตีการร่วมมือกันระหว่างรัฐกับกลุ่มทุน ทั้งในรัฐของเราเองและในระบบทุนนิยมโลก และท้ายที่สุดจะต้องล้มระบบทุนนิยมเพื่อสร้างสันติภาพถาวร แต่การล้มทุนนิยมไม่ง่าย ถึงแม้ว่าระบบทุนนิยมจะเกิดวิกฤติตลอดเวลา แต่มันจะไม่ล้มไปเอง ต้องมีการร่วมมือกันของขบวนการมวลชนเพื่อสร้างพรรคปฏิวัติกรรมาชีพ เพื่อต่อสู้กับแนวคิดชาตินิยม ถ้าไม่ทำเช่นนั้น มันจะพาคนไปภักดีกับชนชั้นนายทุนแต่ละประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่สงครามที่กรรมาชีพต้องมาฆ่ากันเอง

​สงครามเป็นการแข่งขันระหว่างผู้ที่กดขี่ขูดรีดเราทั่วโลก ด้วยการเกณฑ์กรรมาชีพไปฆ่ากรรมาชีพในประเทศอื่นเพื่อกำไรของนายทุน การทิ้งระเบิดตามเมืองต่างๆ กรรมาชีพที่เป็นพลเรือนจะล้มตายจำนวนมาก อย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นในสงครามรุกรานยูเครนของรัสเซีย การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเลสไตน์โดยอิสราเอล อิสราเอล/สหรัฐกับอิหร่าน โดยที่ชนชั้นปกครองจะพยายามหลอกลวงให้กรรมาชีพสนับสนุนสงครามของรัฐด้วยแนวคิดชาตินิยมเสมอ

​เลนินเคยอธิบายว่าจักรวรรดินิยมเป็น “ขั้นตอนสูงสุดของระบบทุนนิยม” จักรรรดินิยมไม่ได้หมายถึงประเทศใหญ่อย่างสหรัฐประเทศเดียว แต่มันเป็นระบบที่รัฐทุนนิยมใหญ่ที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจและกองทัพมากกว่า ข่มขู่รัฐทุนนิยมที่เล็กและมีอำนาจน้อยกว่าด้วยกองกำลังและอาวุธ

​อเล็กซ์ คาลินิคอส นักมาร์คซิสต์พรรคสังคมนิยมแรงงานอังกฤษ อธิบายว่า จักรวรรดินิยมเป็น “ระบบ” การแข่งขันระหว่างรัฐต่างๆ ที่มีอำนาจแตกต่างกัน การที่ระบบทุนนิยมมีลักษณะการพัฒนาต่างระดับ ทำให้ศูนย์กลางของอำนาจทางเศรษฐกิจซึ่งเชื่อมโยงกับอำนาจทางทหารและอำนาจในเชิงจักรวรรดินิยมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่เรื่องคงที่

​จีน รัสเซีย ก็มีอำนาจมากลำดับต้นๆ ในระบบจักรวรรดินิยม ทั้งสองประเทศเป็นรัฐทุนนิยมที่กดขี่กรรมาชีพของตนเอง มีการลงทุนกับกองทัพข่มขู่ประเทศอื่นไม่ต่างจากสหรัฐ เช่น สงครามในยูเครน ไต้หวัน และความขัดแย้งในทะเลจีนใต้

​แต่ด้วยการแข่งขันกับจักรวรรดินิยมสหรัฐ จักรวรรดินิยมจีนกับรัสเซีย อาจจะทำให้ฝ่ายซ้ายบางคนหลงคิดไปว่า ทั้งสองประเทศนี้เป็นรัฐที่ก้าวหน้า แต่สำหรับชาวมาร์คซิสต์จะไม่หลงคิดไปสนับสนุนโดยเด็ดขาด เพราะเข้าใจดีถึงระบบผลประโยชน์ของประเทศจักรวรรดินิยม

​ระบบจักรวรรดินิยมในโลกปัจจุบันมีประเทศมหาอำนาจ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษ รัสเซีย จีน แล้วก็มีพวกจักรวรรดินิยมย่อมๆ ในระดับภูมิภาค เช่นอินเดีย ออสเตรเลีย ตุรกี ญี่ปุ่น บราซิล ซาอุดิอาระเบีย อิหร่าน ซึ่งรวมถึงไทยด้วยที่พยายามสร้างอิทธิพลในภูมิภาคอาเซียน ด้วยสภาพเช่นนี้โลกจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศที่พร้อมจะเกิดสงครามในระดับต่างๆ อยู่เสมอ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาโลกจึงเต็มไปด้วยสงคราม

​ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจกับการเมืองไม่สามารถแยกออกจากกันได้  เลนิน อธิบายว่า เวลาทุนนิยมพัฒนา กลุ่มทุนใหญ่กับรัฐมักจะผูกพันกันแนบแน่น กลุ่มทุนจะอาศัยอำนาจการเมืองและกองทัพของรัฐเพื่อปกป้องผลประโยชน์ และรัฐก็ต้องอาศัยพลังเศรษฐกิจการเก็บภาษีจากกลุ่มทุนเป็นรายได้

​ถึงแม้เราจะเห็นกลุ่มทุนพัฒนาเป็นบริษัทใหญ่ลงทุนข้ามพรมแดนโดยมีการเชื่อมโยงกันซับซ้อนทั้งโลก แต่บทบาทของรัฐก็ยิ่งมีความสำคัญ ดังจะเห็นได้จากความพยายามในทำสงครามการค้าของสหรัฐกับประเทศต่างๆ ถึงแม้จะเรียกว่าสงครามการค้าใช้ภาษีเป็นอาวุธ แต่มันมีการข่มขู่ด้วยอาวุธด้วยกองกำลังทหารตลอดเวลา การทำสงครามในอิหร่านด้วยอาวุธทันสมัยก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่ไม่ใช่เพื่อสู่กับอิหร่านเท่านั้น แต่มุ่งหวังที่จะข่มขู่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วย มันเป็นภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นว่าระบบจักรวรรดินิยมครอบคลุมทั่วโลกและมีการเชื่อมโยงกันระหว่างส่วนต่างๆ

                ความก้าวร้าวของสหรัฐตอนนี้มาจากความกังวลของสหรัฐที่จะสูญเสียอำนาจทางเศรษฐกิจให้กับจีน หลังจากสหรัฐแพ้สงครามในอิรัก อัฟกานิสถาน เพราะไม่สามารถครอบครองรักษาอิทธิพลระยะยาวในทั้งสองประเทศได้ และมีอิหร่านที่พยายามสร้างอิทธิพลในภูมิภาคขึ้นมาแข่ง นอกจากนี้ สหรัฐยังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี 2551 ที่เรียกว่าวิกฤติซับไพร์มและซ้ำเติมด้วยวิกฤติโรคระบาดโควิด ทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจหลังจากนั้นเติบโตได้ต่ำ

                จีนเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจเล็กมากก่อนหน้านี้ เมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของโลก โดยมีสัดส่วนทางเศรษฐกิจเพียง 2% ในทศวรรษที่ 80 แต่หลังจากนั้นมีการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอย่างรวดเร็ว โดยสนับสนุนการขยายตัวของทุนเอกชนภายใต้การกำกับของรัฐ จนกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วน 17% ของโลกในปัจจุบัน เป็นรองเพียงสหรัฐที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วน 26% ของทั้งโลก

                การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนส่งผลให้มีการลงทุนขยายกองทัพเพิ่มขึ้นด้วย จากปี 1989 จีนใช้งบประมาณทางทหารเพียง 20 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มเป็น 266 ล้านดอลล่าร์ในปี 2019 คิดเป็น 1 ใน 3 ของสหรัฐ

​นอกจากนั้น ระบบทุนนิยมเป็นระบบที่มีการพัฒนาทางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาก มีการสร้างอาวุธสมัยใหม่ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ทำให้สงครามสร้างความเสียหายต่อชีวิตของกรรมาชีพมหาศาล บทเรียนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นสงครามในโลกทุนนิยมสมัยใหม่ เป็นสงครามของพวกผู้ปกครองในจักรวรรดินิยมยุโรปได้ทำลายชีวิตทหารหนุ่มไปถึง 10 ล้านคน ในสงครามครั้งนั้นพวกพรรคสังคมนิยมที่ไม่มีความชัดเจนในการต่อต้านแนวคิดชาตินิยมหรือพวกที่มีแนวทางประนีประนอมกับทุนนิยม จะถูกลากไปสนับสนุนสงครามของรัฐชาติตนเอง เช่นในสากลสังคมนิยมที่สอง มีเพียงแค่นักสังคมนิยมและนักมาร์คซิสต์ส่วนนัอยที่ต้านกระแสคลั่งชาติ เช่น มี เลนิน, ทรอทสกี, โรซา ลัคเซมเบิร์ก, คาร์ล ไลปนิค, คลารา เซทคิน และ จอห์น แมคลีน มันคงคล้ายๆ กับกรณีพรรคประชาชนที่ไปประนีประนอมกับทหารและสนับสนุนแนวคิดชาตินิยมในความขัดแย้งกับกัมพูชา ถึงแม้ว่าพรรคประชาชนจะไม่ใช่พรรคสังคมนิยมแต่พรรคนี้มีนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายหลายคนไปร่วมสร้างและถูกคาดหวังสูงถึงความก้าวหน้าทางการเมือง

​การต้านสงครามที่มีประสิทธิภาพ บทเรียนในอดีตจะเกิดจากการก่อกบฎหรือปฏิวัติของมวลชน เช่นสงครามโลกครั้งที่ 1 ยุติลงได้ ก็เพราะมีการปฏิวัติล้มชนชั้นปกครองในรัสเซียและเยอรมัน และทหารอังกฤษกับฝรั่งเศสเบื่อหน่ายกับสงครามไม่อยากจะสู้ต่อ สงครามในเวียดนามยุติลงเพราะทหารอเมริกาไม่อยากจะรบต่อไปท่ามกลางการประท้วงของขบวนการต้านสงครามในสหรัฐและที่อื่นๆ สงครามในอิรักและอัฟกานิสถานยุติลงเพราะคนในประเทศเหล่านั้นไม่ยอมอยู่ต่อภายใต้อำนาจสหรัฐ สหรัฐจึงบริหารปกครองประเทศไม่ได้

                เลนิน นักปฏิวัติสังคมนิยมมาร์คซิสต์ เคยกล่าวว่า “ในทางที่ดี แต่ละประเทศควรมีการต่อสู้เพื่อต่อต้านลัทธิชาตินิยมคลั่งชาติของประเทศนั้นเพื่อปลุกความเกลียดชังต่อรัฐบาลของตัวเอง

                ดังนั้น หน้าที่หลักของนักสังคมนิยมจะต้องต่อต้านผู้ปกครองของเราเอง ที่เป็นคนจุดไฟสงครามแต่แรก มันเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับระบบจักรวรรดินิยมการแข่งขันของมหาอำนาจในระดับต่างๆ

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ