เมือง 15 นาทีสำหรับคนรวย?

โดย คอร์บูนิสต์

จะดีแค่ไหนหากคุณสามารถใช้ชีวิตในเมืองที่จะออกจากบ้านไปทำงานหรือเดินทางจากโรงเรียนไปสวนสาธารณะ เมื่อเจ็บป่วยก็ไปสถานพยาบาล เวลาหิวจะไปร้านอาหารหรือตลาดก็สามารถไปให้ถึงทั้งหมดนี้ได้โดยใช้เวลาเพียง 15 นาที?

            อาจต้องถามชาวเมืองปารีสที่ได้อยู่ใน “เมือง 15 นาที” (15-minute city) โดยการคิดค้นและเผยแพร่ของ Carlos Moreno นักวิชาการด้านวางผังเมืองด้วยวิสัยทัศน์เน้นพัฒนาเมืองที่มีความใกล้ชิด (city of proximity) ภายใต้การผลักดันของนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกแห่งกรุงปารีส Anne Hidalgo นักการเมืองจากพรรคสังคมนิยม (Socialist Party) ผู้ซึ่งนำเอาใจความหลัก “ชีวิตคนเมืองสามารถเข้าถึงสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ภายในรัศมีการเดินหรือปั่นจักรยานเพียง 15 นาทีจากบ้าน” มาทำให้เป็นจริง หลังเธอได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งในปี 2014 และต่อเนื่องสู่สมัยที่ 2 เมื่อปี 2020 กรุงปารีสถูกปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้วยงบประมาณรวมกว่า 350 ล้านยูโร (ราว 13,300 ล้านบาท) เพื่อเปลี่ยนถนนรถยนต์เลียบแม่น้ำแซนให้กลายเป็นสวนสาธารณะและทางเดินเท้า สร้างโครงข่ายทางจักรยานมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว สนับสนุนการปรับปรุงร้านค้าชุมชน พัฒนา co-working spaces ในย่านที่พักอาศัย โดยมีรายงานว่ากรุงปารีสสามารถลดปริมาณรถยนต์ได้ 45% และลดมลพิษจากก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ได้ 40% เนื่องจากผู้คนหันมาใช้จักรยานและเดินเท้าในการเดินทางมากขึ้น

            แม้มีข้อดีมากมายแต่ “เมือง 15 นาที” ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม โดยเฉพาะการเปลี่ยนกรุงปารีสให้กลายเป็น ‘เมืองไร้ผู้คน’ จากการพัฒนาย่านจนเอื้อให้เฉพาะกับชนชั้นกลางและสูงขึ้นไปเท่านั้น เพราะคุณภาพของพื้นที่สาธารณะและแหล่งการค้าสร้างสรรค์ ล้วนดึงดูดการลงทุนจนทำให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น แรงงานที่เคยอาศัยในย่านถูกบีบให้ย้ายออกไปอยู่ชานเมืองแทน อีกทั้งโจทย์การใช้ชีวิตของคนกลุ่มใหญ่ที่ต้องเดินทางจากชานเมืองเข้ามาก็ไม่ได้ประโยชน์จากการพัฒนานี้เท่าที่ควร เมื่อมองอีกแง่หนึ่งจึงเหมือนเป็นการพัฒนาเขตเศรษฐกิจโดยทุนมากกว่าการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ทั้งนี้หากไม่มีมาตรการต่อต้านการเก็งกำไรและคุมราคาที่อยู่อาศัยในตลาด การพัฒนานี้ก็อาจเป็นเพียงการสร้าง “เมือง 15 นาทีสำหรับคนรวย” เท่านั้น

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ