เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ
การเพิ่มความเข้มข้นของการขูดรีด
1. ถ้านายทุนขยายเวลาทำงาน (โดยอย่างอื่นไม่เปลี่ยน) ถือว่าขยายปริมาณมูลค่าส่วนเกิน
2. ถ้านายทุนพัฒนาเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการผลิต เขาจะขยายความเข้มข้นของการขูดรีดมูลค่าส่วนเกินจากแรงงาน และลดเวลาการทำงานที่จำเป็นสำหรับการเลี้ยงชีพกรรมาชีพ คือลดค่าจ้างแรงงานได้ และเพิ่มมูลค่าส่วนเกิน (เพราะสินค้าบริโภคของคนงานถูกลง)
แต่ถ้าดูภาพรวมของสังคม…
3. การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตจะแพร่กระจายไปสู่นายทุนอื่น เนื่องจากมีการแข่งขัน
4. เมื่อขยายประสิทธิภาพการผลิตไปทั่ว จะมีการลดค่าครองชีพลงทั้งสังคม (ลดเวลาที่กรรมาชีพต้องผลิตมูลค่าเพื่อเลี้ยงชีพ) ซึ่งเปิดทางให้ขูดรีดแรงงานมากขึ้น (นายทุนในประเทศพัฒนาขูดรีดมูลค่าจากกรรมาชีพในอัตราสูงกว่าในประเทศด้อยพัฒนา)
นี่คือสาเหตุที่นายทุนถูกกดดันจากการแข่งขันให้พัฒนาเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการผลิตเสมอ คือมันเพิ่มมูลค่าส่วนเกิน นายทุนไม่สนใจราคาสินค้าเท่าไร เพราะไม่ได้กอบโกยกำไรจากการ “ซื้อถูกขายแพง”
การร่วมมือกัน
ระบบทุนนิยมพัฒนาในขั้นตอนดังต่อไปนี้ ในลักษณะปริมาณสู่คุณภาพ
1. การกำเนิดกรรมาชีพที่แยกออกจากปัจจัยการผลิต และต้องขายพลังการทำงานให้นายทุน
2. การขยายจำนวนลูกจ้างและมูลค่าส่วนเกิน เพื่อให้นายทุนเลิกทำงานการผลิตเองเหมือนที่เคยต้องทำเมื่อเป็นนายทุนน้อย
3. การขยายจำนวนลูกจ้าง จนมีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งอาศัยการมีนายทุนที่มี “ทุนหนาขึ้น” การขยายกิจการให้ใหญ่โต ประหยัดค่าใช้จ่ายหลายอย่าง เช่นค่าเช่า ค่าโรงงาน และเปลี่ยนคุณภาพการทำงานด้วย เพราะสามารถทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้น เร็วขึ้นอีกด้วย ผลคือการเพิ่มมูลค่าส่วนเกิน (แต่ดูผลการแบ่งงานกันทำในบทต่อไป)
“เมื่อแรงงานร่วมมือกันทำงาน เขาจะปลดความเป็นปัจเจกออกไป และพัฒนาความสามารถของมนุษย์”
อ่านเพิ่ม ว่าด้วยทุนเล่มหนึ่ง บทที่ 12-13

