ความก้าวหน้าในระบบรัฐสภากระฎุมพี

โดย มันทรา คอลัมน์ มองอีกมุม

นสพ.สังคมนิยม ตุลาคม 2568

​ใครเป็นผู้นิยามความก้าวหน้าของพรรคการเมืองในระบบรัฐสภา นี่คือคำถามที่นักสังคมนิยมจำเป็นต้องรู้คำตอบ นักปฏิรูปชื่อดังในสังคมของรัฐชาติและเศรษฐกิจทุนนิยมนั้นต่างก็มีเป้าหมายที่คล้ายคลึงกัน นั้นคือการทำให้ระบบตลาดเสรีมีความเป็นมนุษย์เพิ่มขึ้นผ่านการกระจายอำนาจจากกลุ่มทุนใหญ่ไปสู่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม นโยบายเสรีนิยมฝั่งซ้ายที่กล่าวไปนั้นคือนิยามของความก้าวหน้าเพื่อเสริมสร้างเสรีภาพทางเศรษฐกิจให้ผู้ที่มีทุนทุกคน

​สื่อกระแสหลักและโซเซียลมีเดียได้มอบสถานะความเป็นฝ่ายซ้ายที่ก้าวหน้าให้พรรคประชาชน หากเราย้อนกลับไปที่นิยามของความก้าวหน้า เราก็จะเห็นว่านโยบายต่างๆของพรรคดังกล่าวนั้นมีเป้าหมายเพื่อจัดสรรอำนาจใหม่ภายในกลุ่มชนชั้นนายทุนที่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคก้าวไกลได้มองเห็นถึงปัญหาค่าไฟฟ้าแพงนั้นเพราะว่าประชาชนต้องจ่ายเงินดูแลโรงผลิตไฟฟ้าของกลุ่มทุนที่ไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า

​ข้อเสนอคือการให้รัฐเจรจาสัมปทานทุนใหญ่ใหม่และเปิดตลาดซื้อ-ขายไฟฟ้าเสรีเพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการซื้อไฟฟ้าที่มากขึ้น พรรคก้าวไกลเสนอให้ยกเลิกการที่ กฟผ. เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้ารายเดียวเพื่อเอื้อกลุ่มทุนขนาดกลางและเล็กแทนที่จะปฏิรูป กฟผ. ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีประชาธิปไตยภายใน ซึ่งสามารถต่อรองกับกลุ่มทุนพลังงานได้ในฐานะผู้รับซื้อไฟฟ้ารายเดียวของประเทศ

​แน่นอนว่าพรรคสีส้ม ตั้งแต่อนาคตใหม่จนถึงประชาชนในปัจจุบัน มีเป้าหมายในการเพิ่มเสรีภาพส่วนบุคคลและสวัสดิการต่างๆของภาครัฐ แนวทางเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับระบบทุนนิยมเพราะมันทำให้ผู้คนมีปัจจัยในการใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่คำนึงถึงต้นเหตุของความยากไร้เชิงระบบ พรรคประชาชนไม่ได้มีตรรกะของการเป็นพรรคเพื่อคนทั่วไปเพราะการเสนอนโยบายสวัสดิการและการปฏิรูปภาครัฐโดยไม่มีการยืนหยัดในการเก็บภาษีเพิ่มจากคนรวยอย่างแท้จริง แม้ว่าจะมีการพูดการเก็บภาษีมรดกอยู่บ้างแต่ก็ยังถือว่าน้อยอยู่มาก  รวมถึงเพิ่มภาษีเงินได้นิติบุคคล

​เราต้องถามว่าพรรค “ก้าวหน้า” นี้สามารถแก้ปัญหาทางสังคมและเพิ่มมาตราฐานการครองชีพในระยะยาวได้อย่างไรหากไม่มีการกระจายรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ในสังคมที่คนรวยนั้นรวยมากขึ้นทุกวัน คนกลุ่มนี้กำลังรักษาผลประโยชน์และโครงสร้างทางอำนาจของตัวเองไว้ การเสนอนโยบายเพิ่มสวัสดิการนักเรียน แรงงาน และเกษตรกรนั้นน่าชื่นชม แต่ก็จะเป็นได้แค่การแก้ไขข้อผิดพลาดเป็นรายกรณีโดยไม่ทำลายต้นเหตุของความรุนแรงเชิงระบบต่อคนจน แรงงาน ผู้หญิง ผู้มีความหลากหลายทางเพศ และชนกลุ่มน้อย

​ในขณะเดียวกัน การที่พรรคประชาชนยกมือให้อนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นยืนยันว่าความก้าวหน้าของพรรคนั้นไม่ใช่สิ่งตายตัว แต่เป็นคุณสมบัติที่ถูกสร้างขึ้น เมื่อความก้าวหน้าในระบบทุนนิยมนั้นมีหน้าที่ทำให้เศรษฐกิจแข่งขันในตลาดโลกได้ พรรคประชาชนก็สามารถมอบความชอบธรรมให้แก่ตัวแทนรัฐพันลึกที่มีความประสงค์ในการต่อต้านประชาธิปไตยและการปฏิรูปโครงสร้างรัฐส่วนบนมาโดยตลอด ฝ่าย “ก้าวหน้า” ให้เหตุผลว่าทำไปเพื่อหาทางออกให้ประเทศ แต่ศาลยุติธรรมก็ตัดสินจำคุกนักเคลื่อนไหวทางการเมืองนับสิบคนในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

​จนถึงขณะนี้ เรารู้แล้วว่าความก้าวหน้าในสังคมเรานั้นคือการจัดสรรใหม่อำนาจในกลุ่มชนชั้นนายทุน แต่ใครกันแน่คือผู้นิยามความก้าวหน้านี้ คาร์ล มาร์กเคยกล่าวไว้ว่าอุดมการณ์ของชนชั้นนำก็คืออุดมการณ์หลักของสังคมในแต่ละยุค หากเรามองบนพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์การเมือง เราจะเห็นว่า “ความก้าวหน้า” ในสังคมไทยคือตัวแทนของกลุ่มทุนขนาดเล็กและกลางที่ต้องการขยายอำนาจต่อสู้กับกลุ่มนายทุนใหญ่ พรรคประชาชน ในฐานะพรรคที่ถูกสร้างขึ้นโดยนายทุนและชนชั้นกลางที่มีแนวคิดเสรีนิยม ก็คือตัวแทนของกลุ่มทุนใหม่ในไทยที่ต้องหาคะแนนนิยมในการเลือกตั้งเพื่อเหตุนั้น

​เราสรุปได้ว่าความก้าวหน้าในระบบทุนนิยมเป็นคุณสมบัติที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดความขัดแย้งระหว่างชนชั้น ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าภาพแสดง กล่าวคือภาพลักษณ์ของพรรคที่ดูก้าวหน้าอย่างพรรคประชาชนไม่ได้เป็นตัวแทนของผลประโยชน์ของชนชั้นที่ถูกกดขี่ในสังคม แต่เป็นกระจกสะท้อนความสามารถของระบบทุนนิยมในการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด หากคุณสมบัติดังกล่าวถูกสร้างขึ้นมาไว้เพื่อทำให้คนธรรมดาเชื่องต่อไป นักสังคมนิยมก็มีหน้าที่ในการทำลายและเปิดโปงภาพแสดงนั้น

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ