ความสัมพันธ์ระหว่างค่าแรงทำงาน กับมูลค่าส่วนเกิน

โดย กองบรรณาธิการ คอลัมน์ ว่าด้วยทุน

นสพ.สังคมนิยม ตุลาคม 2568

ค่าแรงทำงาน = ปริมาณแรงงานจำเป็นที่คนงานต้องทำเพื่ออยู่รอดและผลิตซ้ำคนงานรุ่นต่อไป

ศึกษากรณีต่างๆ

1.       กรณีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่ม -ถ้าวันทำงานไม่เปลี่ยนแปลง จะผลิตมูลค่าเท่าเดิม แม้ว่าประสิทธิภาพการผลิตจะพัฒนาหรือไม่ -ถ้าความเข้มข้นของการทำงานยังไม่เปลี่ยน

·        เพียงแต่ปริมาณสินค้าที่ผลิตจะเพิ่มขึ้น และมูลค่าแรงงานในสินค้าจะกระจายไปในจำนวนสินค้ามากขึ้น สินค้าจึงมีราคาถูกลง

·        การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มีแนวโน้มที่จะทำให้เพิ่มปริมาณมูลค่าส่วนเกินที่นายทุนเอาไป เพราะมันจะลดปริมาณแรงงานจำเป็นเพื่อเลี้ยงชีพฯลฯ เนื่องจากสินค้าบริโภคของคนงานถูกลงในขณะที่ไม่เพิ่มค่าแรง

·        มูลค่าส่วนเกินที่นายทุนเอาไป เปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับปริมาณแรงงานจำเป็นฯ (ถ้าค่าแรงลด มูลค่าส่วนเกินเพิ่ม) แต่ในรูปธรรมเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับอำนาจต่อรองระหว่างกรรมาชีพกับนายทุนด้วย

·        ถ้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นายทุนสามารถเพิ่มมูลค่าส่วนเกิน และกรรมาชีพอาจเพิ่มค่าแรงได้พร้อมกัน แต่จะเป็นสัดส่วนที่ต่างกัน นายทุนมักได้เพิ่มในสัดส่วนสูงกว่าแรงงาน (ดังนั้นกรรมาชีพในประเทศพัฒนาจะมีค่าจ้างสูงกว่ากรรมาชีพในประเทศด้อยพัฒนา แต่ถูกขูดรีดมูลค่าส่วนเกินมากกว่า-กอง บก.)

·        อัตรากำไร ไม่เหมือนอัตรามูลค่าส่วนเกิน ริคาโด (David Ricardo) ไม่เข้าใจตรงนี้ เพราะอัตรากำไรคือ กำไรหรือมูลค่าส่วนเกิน / ทุนที่ใช้ในการลงทุนทั้งหมด และอัตรามูลค่าส่วนเกินคือ กำไรหรือมูลค่าส่วนเกิน /  ทุนแปรผัน (จ้างงาน)

2.       กรณีการเพิ่มความเข้มข้นของการทำงาน จะไม่ได้ลดราคาสินค้า ทั้งๆ ที่ผลิตในปริมาณมากขึ้น เพราะปริมาณแรงงานที่ใช้ในการผลิตสินค้าแต่ละชิ้นจะมากขึ้น(เพราะทำงานเข้มข้นขึ้น)  และมันไม่ลดปริมาณแรงงานจำเป็นในการเลี้ยงชีพฯ อีกด้วย ในกรณีนี้อาจมีการเพิ่มค่าจ้างให้กรรมาชีพ แต่อาจไม่คุ้มกับ “ค่าสึกหรอ” “ค่าเครียด” ที่เกิดกับร่างกายคนงาน ซึ่งมีผลในการผลิตซ้ำคนงานในอนาคต ดังนั้นพอบวกลบคูณหาญแล้ว อาจเป็นการจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าปริมาณแรงงานจำเป็นในการเลี้ยงชีพฯ

3.       กรณีขยายชั่วโมงการทำงาน จะมีผลให้ผลิตมูลค่ามากขึ้น อาจเพิ่มทั้งค่าจ้างและปริมาณมูลค่าส่วนเกิน แต่ในสัดส่วนที่ต่างกัน (แล้วแต่อำนาจต่อรองระหว่างกรรมาชีพและนายทุน) อาจทำให้ค่าจ้างตกต่ำกว่าปริมาณแรงงานจำเป็นในการเลี้ยงชีพฯ ถ้าทำให้ร่างกายกรรมาชีพสึกหรอ

4.       ถ้าลดชั่วโมงการทำงาน นายทุนจะกดค่าแรงจนต่ำกว่าปริมาณแรงงานจำเป็นในการเลี้ยงชีพฯ หรือ นายทุนอาจเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งอันหลังเป็นกรณีส่วนใหญ่ในโลกจริง

สังคมนิยม

1.       การยกเลิกทุนนิยมจะทำให้ลดชั่วโมงการทำงานให้ใกล้เคียงที่สุดกับปริมาณแรงงานจำเป็นในการเลี้ยงชีพฯ และส่วนเกินที่เราผลิต จะนำมาใช้โดยสังคมร่วมกันเพื่อลงทุนต่อและพัฒนาสังคม

2.       จะมีการเพิ่มเวลาสำหรับกิจกรรมทางสังคมและการพัฒนาปัญญาของกรรมาชีพอย่างเสรี

ที่มา ว่าด้วยทุน เล่ม 1 ภาคที่ 5 การผลิตมูลค่าส่วนเกินสุทธิและเปรียบเทียบ

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ