เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ จาก ว่าด้วยทุน เล่ม 1 บทที่ 31
· ช่างหัตถกรรมจำนวนไม่น้อย แม้แต่กรรมาชีพบางคน แปลงตัวเป็นนายทุนน้อย ในยุคเริ่มต้นของทุนนิยม
· การทำลายระบบฟิวเดิลทำลายอุปสรรคต่อการพัฒนาของเงินทุนที่มาจากการปล่อยกู้และการค้า
· การปล้นทองคำและเงินจากทวีปอเมริกา ผ่านการทำให้คนพื้นเมืองในละตินอเมริกากลายเป็นทาสในเหมืองแร่ การยึดอินเดีย การปล้นอินเดีย การล่ามนุษย์ผิวดำในอัฟริกาเพื่อมาเป็นทาสในไร่เกษตร นั้นคือปรากฏการณ์ในยุคต้นๆ ของทุนนิยม (เมือง Liverpool ของอังกฤษ ในฐานะเมืองท่า ร่ำรวยจากการค้าทาส)
· การทำสงครามระหว่างมหาอำนาจยุโรป ที่ขยายไปทั่วโลก เป็นสิ่งที่ช่วยในการสะสมทุน
· รัฐมีบทบาทสำคัญในการเร่งกระบวนการดังกล่าว
“การใช้กำลังคือหมอตำแยในสังคมเก่าที่ช่วยให้คลอดสังคมใหม่”
“การใช้กำลังทหารเป็นอำนาจทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง”
· ระบบอาณานิคมของชาวคริสต์จากยุโรป เป็นระบบที่ป่าเถื่อน: ฮอลแลนด์ในอินโดนีเซีย อังกฤษในอินเดีย ล้วนแต่ปล้นฆ่าคนพื้นเมืองและนำเขามาเป็นทาส นี่คือการสะสมทุนบุพกาลของพวกที่อ้างอารยะธรรมคริสต์เตียน
· ในช่วงกำเนิดทุนนิยม มันมีส่วนเดียวเท่านั้นของทรัพย์สินชาติ ที่กลายเป็นของส่วนรวม นั้นคือหนี้สาธารณะ ที่รัฐยืมมาเพื่อดำเนินการต่างๆ
· ธนาคารใหญ่ๆ เริ่มต้นจากการเป็นนักเล่นหุ้นเล่นพนัน แต่เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐ เขาจึงได้อภิสิทธิ์ในการปล่อยกู้ให้รัฐ
· ต่อจากนั้นก็เกิดระบบกู้ยืมข้ามชาติ ซึ่งบ่อยครั้งปกปิดกำเนิดของการสะสมทุนบุพกาลในหลายสังคม
“ทุนจำนวนมากที่ไปโผล่ที่สหรัฐ โดยดูเหมือนไร้สูติบัตร แท้จริงมาจากการขูดรีดเลือดเนื้อเด็กในโรงงานอุตสาหกรรมของอังกฤษ”
“ทุนคลอดมาในโลกนี้ท่ามกลางคราบเลือด และความโสโครก จากหัวจรดเท้า”


