โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
ในขณะที่เหล่าพรรคปฏิรูปในรัฐสภาของยุโรป เช่นพรรคแรงงานอังกฤษ หรือ พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยในเยอรมัน ขยับไปทางขวาและพยายามใช้นโยบายเหยียดเชื้อชาติสีผิว เพื่อแข่งกับพวกฟาสซิสต์ และในขณะที่พรรคฟาสซิสต์เข้ามาคุมรัฐบาลในอิตาลี การรณรงค์สนับสนุนชาวปาเลสไตน์กลายเป็นสิ่งที่จุดประกายในการรื้อฟื้นฝ่ายซ้ายสังคมนิยมที่เน้นการเคลื่อนไหวและที่ไม่ยอมประนีประนอม นอกจากนี้ ในสหรัฐอเมริกา การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขยันสนับสนุนแนวคิดฝ่ายขวาและฟาสซิสต์ และใช้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและทหารประจำรัฐในการโจมตีคนที่เข้ามาอาศัยในสหรัฐ ทำให้มวลชนที่ไม่พอใจออกมาเคลื่อนไหวภายใต้คำขวัญ No Kings ซึ่งสร้างความหวังว่ากรรมาชีพจะสามารถต้านทรัมป์ได้ดีกว่าการพูดอะไรลอยๆ ของพรรคเดโมแครต

มาร์คซิสต์อย่างเรา มองว่าระบบทุนนิยมโหดร้ายในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะด้วยการสร้างสงครามจักรวรรดินิยม การกดขี่ทางสีผิว เชื้อชาติ หรือเพศ หรือการขูดรีดแรงงาน ดังนั้นนักสังคมนิยมจะมองว่าการสนับสนุนปาเลสไตน์แยกไม่ออกจากการต่อสู้อื่นๆ เช่นการปกป้องสภาพการจ้าง ปกป้องแรงงานข้ามชาติ หรือสมานฉันท์กับผู้ถูกกดขี่ทั้งหลายทั่วโลก
อิตาลี
ที่อิตาลีตอนนี้มีรัฐบาลฝ่ายขวาฟาสซิสต์ แต่ยังไม่สามารถสถาปนาระบบฟาสซิสต์ได้ เมื่อสองเดือนก่อนมีการประท้วงระดับชาติเพื่อปาเลสไตน์ ซึ่งประกอบไปด้วยการนัดหยุดงานทั่วไปของกรรมาชีพสองล้านคน และหนึ่งล้านคนลงถนนเดินขบวนในกรุงโรม มันเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนที่สุดของมวลชนที่ต่อต้านรัฐบาลที่สมรู้ร่วมคิดกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของอิสราเอล และมันเป็นชัยชนะทางการเมืองสําหรับพวกที่รณรงค์สมานฉันท์กับปาเลสไตน์ เช่นองค์กรเยาวชนปาเลสไตน์ และสหภาพประชาธิปไตยอาหรับปาเลสไตน์ ซึ่งระดมพลเพื่อประท้วง และที่สำคัญคือเป็นชัยชนะของสภาแรงงานอิสระ Si Cobas ซึ่งเรียกร้องให้มีการนัดหยุดงานทั่วไปก่อนกลุ่มอื่น
กลุ่มเยาวชนปาเลสไตน์และ Si Cobas ตระหนักดีว่าการประท้วงและการเดินขบวนไม่เพียงพอ ดังนั้นจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขัดขวางห่วงโซ่ช่วยเหลือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของอิสราเอล เพราะอิตาลีเป็นประเทศที่ส่งออกอาวุธให้อิสราเอลรายใหญ่เป็นอันดับสาม
สองปีก่อนสภาแรงงาน Si Cobas เรียกร้องให้มีการนัดหยุดงานทั่วไปครั้งแรกสําหรับปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นการวางรากฐานสําหรับการสร้างความสมานฉันท์กับกองเรือ Global Sumud Flotilla จนกลุ่มคนงานท่าเรือของเมืองเจนัวประกาศว่า “ถ้าพวกเขาปิดกั้นกองเรือ เราก็จะปิดกั้นยุโรป” มันตกผลึกความรู้สึกการต้านอิสราเอล
สิ่งสําคัญคือ วิธีการที่ Si Cobas ใช้มานานในระบบการขนส่ง นั่นคือการปิดล้อมเพื่อขัดขวางการผลิตและการเคลื่อนสินค้า และรัฐบาลอิตาลีก็พยายามปราบปรามด้วยการขยายอํานาจของตํารวจ โดยทําให้การปิดล้อมถนน ทางรถไฟ และท่าเรือเป็น “อาชญากรรม” ที่มีโทษจําคุกสูงสุดหกปี นอกจากนี้มีการข่มขู่แรงงานข้ามชาติด้วยว่าจะสูญเสียสัญชาติอิตาลี แต่ดูเหมือนการปราบปรามของรัฐบาลไม่สำเร็จ “มาปิดล้อมทุกอย่างกันเถอะ”จึงกลายเป็นเสียงเรียกร้องของขบวนการแรงงาน
โดยเฉพาะเมื่อมีการเพิ่มงบประมาณทางทหารและตัดสภาพความเป็นอยู่ของคนงานและเยาวชน คนจำนวนมากจึงมองว่า การสนับสนุนชาวปาเลสไตน์เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ของตนเอง และการระดมพลของพวกเขาผลักดันให้สภาแรงงานที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี คือ CGIL เรียกร้องให้มีการนัดหยุดงานทั่วไปร่วมกับสภาแรงงานอิสระ แต่ CGIL มีความพยายามที่จะจํากัดการหยุดงานและเปลี่ยนการเคลื่อนไหวไปสู่แนวทางที่เน้นรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการนัดหยุดงานทั่วไปที่เมืองมิลาน มีการปิดกั้นถนนวงแหวนรอบเมือง และตำรวจไม่สามารถปราบได้เพราะการประท้วงใหญ่เกินไป
ประเทศอิตาลีไม่มีพรรคซ้ายใหญ่เหมือนที่เคยมี แต่อิตาลีกลับกลายเป็นแนวหน้าของขบวนการสมานฉันท์กับปาเลสไตน์ทั่วโลก นี่เป็นเพราะแกนนำหลักเพื่อจัดการเดินขบวนและการนัดหยุดงาน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติ และกลุ่มชาวปาเลสไตน์ ที่สามารถขยายความคิดไปสู่แรงงานรากหญ้าและเยาวชนทั่วไปได้ ตอนนี้มันเป็นโอกาสทองที่จะฟื้นฟูองค์กรฝ่ายซ้ายในอิตาลีเพื่อต่อต้านรัฐบาลพรรคฟาสซิสต์อีกด้วย


กรีซ
คนงานหลายหมื่นคนในกรีซนัดหยุดงานทั่วไปเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์เมื่อเดือนตุลาคม สหาย Panos Garganas (จากองค์กรสังคมนิยมสาย IST) อธิบายว่า “การนัดหยุดงานได้รับแรงบันดาลใจจากอิตาลี มีการริเริ่มโดยองค์กรปาเลสไตน์และองค์กรต่อต้านสงคราม แต่นักสหภาพแรงงานและนักศึกษาออกมาสนับสนุนอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากระดับรากหญ้า” Panos กล่าว
”เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นพวกแรกที่ออกมาประท้วงในโรงพยาบาลเมืองเอเธนส์ พวกเขาจัดการประชุมในที่ทํางาน และลงคะแนนให้มีการนัดหยุดงาน เมื่อสิ่งนี้ประสบความสําเร็จในสถานที่ทํางานบางแห่ง ก็เริ่มมีคนทั่วไปที่เรียกร้องการนัดหยุดงานมากขึ้น ครูเป็นกลุ่มต่อไปที่สร้างกระแสจากรากหญ้า มีการเรียกประชุมสภาแรงงานท้องถิ่น เพื่อดําเนินการและกดดันให้สภาแรงงานแห่งชาติเรียกร้องให้มีการนัดหยุดงานทั่วประเทศ”
Panos กล่าวเสริมว่า “มีกิจกรรมสนับสนุนปาเลสไตน์มากมายในช่วงสองปีที่ผ่านมา มันกลายเป็นขบวนการมวลชนจริงๆ และตอนนี้มันกลายเป็นขบวนการนัดหยุดงานด้วย ซึ่งการนัดหยุดงานเกิดขึ้นได้เพราะผู้คนออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาลฝ่ายขวาของกรีซในเรื่องปากท้องอยู่แล้ว เพราะรัฐบาลพยายามทำลายสภาพการจ้าง แต่ความไม่มั่นคงของรัฐบาลสร้างโอกาสให้ฝ่ายซ้ายและคนงานเขย่าระบบมากยิ่งขึ้น”

อังกฤษ
รัฐบาลพรรคแรงงานของ เคียร์ สตาร์เมอร์ ไม่เพียงแต่สนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของอิสราเอล แต่นโยบายภายในประเทศทั้งหมดตั้งอยู่บนพื้นฐาน ‘สนับสนุนสงคราม ตัดสวัสดิการ’ คือขยับไปทางขวามากและพยายามแข่งแนวการเหยียดสีผิวเชื้อชาติกับพวกฟาสซิสต์
Linsey German เลขานุการองค์กรต้านสงครามที่มีส่วนสำคัญในการจัดการประท้วงยักษ์ใหญ่เพื่อปาเลสไตน์หลายครั้ง มองว่า “เรื่องปาเลสไตน์มีผลกระทบอย่างมากต่อการเมือง เช่น การยอมรับรัฐปาเลสไตน์ของรัฐบาลอังกฤษ ไม่ว่าเราจะคิดว่ามีข้อจํากัดเพียงใด มันมาจากแรงกดดันต่อรัฐบาลพรรคแรงงาน และเราเห็นได้จากการที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับการแบนอิสราเอลจากการแข่งฟุตบอลหรือการประกวดร้องเพลงยูโรวิชั่น แต่เราเห็นชัดด้วยว่า เรายังมีงานที่จะต้องทำอีกมากมายเพราะรัฐบาลปฏิเสธที่จะทําอะไรเป็นรูปธรรมเพื่อท้าทายสิ่งที่อิสราเอลกําลังทําอยู่”
ความไม่เป็นที่นิยมของนายกรัฐมนตรี สตาร์เมอร์ มีเหตุผลหลายประการ รวมถึงนโยบายภายในประเทศ แต่ปาเลสไตน์เป็นปัจจัยสําคัญมาก นอกจากนี้รัฐบาลประกาศว่า กลุ่มปฏิบัติการทางตรง Palestine Action ที่พยายามทำลายอาวุธที่จะส่งให้อิสราเอล เป็นองค์กร “ก่อการร้าย” และมีการจับประชาชนที่ถือป้ายสนับสนุนองค์กรนี้หลายพันคน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นประชาชนวัยสูงอายุ มันสร้างภาพแย่ๆ กับรัฐบาล มันมีแนวโน้มที่รัฐบาลจะกลายเป็นเผด็จการมากขึ้น ดังนั้นต้องมีการสร้างกระแสเพื่อปาเลสไตน์จากรากหญ้าเพราะผู้นำแรงงานระดับสูงไม่กล้าทำอะไร
อังกฤษใช้งบประมาณใน “การป้องกันประเทศ” มากกว่าค่าใช้จ่ายในการศึกษา และทั่วยุโรป ทั้งในฝรั่งเศส เยอรมนี และที่อื่น ๆ เขากําลังตัดบริการสาธารณะ และขยายจำนวนคนจนโดยอ้างว่ามีเงินไม่เพียงพอ ในขณะเดียวกันก็ไม่เคยมีคําถามใด ๆ เกี่ยวกับเงินที่นําไปสู่ลัทธิทหาร กระแสลัทธิทหารนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามยูเครน
ตอนนี้มีการสร้างพรรคปฏิรูปฝ่ายซ้ายใหม่ที่เรียกว่า “พรรคของคุณ” นำโดย เจเรมี คอร์บิน และ ซารา ซัลทานา และประเด็นสำคัญคือเรื่องปาเลสไตน์ แต่มีเรื่องอื่นๆ อีกมากมายที่พรรคต้องเน้นเพื่อแข่งแนวกับพรรคแรงงาน โดยเฉพาะเรื่องการต้านกระแสเหยียดสีผิว ต้านขบวนการฟาสซิสต์ ลดงบประมาณทหาร และเพิ่มงบประมาณสาธารณสุขกับรัฐสวัสดิการ


เยอรมัน
ผู้คนกว่า 100,000 คนเข้าร่วมการประท้วงปาเลสไตน์ที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมันในเดือนกันยายนปีนี้ การประท้วงจัดขึ้นโดยแนวร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชน ชุมชนปาเลสไตน์เยอรมัน และพรรคซ้าย (Die Linke)
กลุ่ม Sozialismus Von Unten (สังคมนิยมจากล่างสู่บน) ซึ่งเป็นองค์กรในสาย IST รายงานว่า “เป็นครั้งแรกที่บางส่วนของสหภาพแรงงานเรียกร้องให้ผู้คนเข้าร่วมการประท้วง” ขนาดและความหลากหลายของการประท้วงเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สําหรับทุกคน แม้ว่ารัฐบาลฝ่ายขวาและพรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่จะโกหกว่าการประท้วงที่สนับสนุนปาเลสไตน์เป็น “การต่อต้านชาวยิว” แต่คนทั่วไปไม่เชื่อและพร้อมจะต่อต้านสงครามของอิสราเอล
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ควรทําให้ความมุ่งมั่นของพรรคฝ่ายซ้ายซึ่งมีบทบาทสําคัญในการประท้วงเพิ่มขึ้น พรรคกำลังเปลี่ยนแปลง เพราะมีสมาชิกใหม่หลายพันคนที่สนับสนุนปาเลสไตน์เข้ามาเป็นสมาชิก อีกส่วนเข้ามาจากการรณรงค์ต่อต้านพรรคนาซี AfD แต่ปีกขวาของพรรค สื่อมวลชน และรัฐ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ

สหรัฐอเมริกา การประท้วง “No Kings” (ไม่เอากษัตริย์)
การรณรงค์ต่อสู้กับประธานาธิบดี ทรัมป์ ภายใต้คำขวัญ No Kings ในเดือนตุลาคม เกิดขึ้นในทุกรัฐ และมีมวลชนเข้าร่วมจำนวนมาก มันให้กำลังใจกับองค์กรที่ต่อต้าน “ไอซ์” (ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง) ที่พยายามบุกเข้าไปในบ้านหรือสถานที่ทำงาน เพื่อลากคนออกมาและบังคับส่งออกนอกประเทศ แนวร่วมต่อต้านไอซ์ไม่ผูกติดกับพรรคเดโมแครต และน่าจะสามารถสร้างพื้นฐานขององค์กรใหม่ในอนาคต พวกเขามองว่า “เราไม่สามารถเอาชนะทรัมป์ในการเมืองกระแสหลักได้ แต่เราสามารถได้ชัยชนะบนท้องถนน”
การเมืองของขบวนการ No Kings ผสมผสานกันมาก ผู้นำบางคนเน้นว่าพวกเขาเป็นแค่ชาวอเมริกันที่รักชาติและอยากปกป้องรัฐธรรมนูญ แต่อีกส่วนส่งเสริมการประท้วงโดยขบวนการแรงงานและกลุ่มปกป้องสิทธิผู้อพยพ บางคนถือธงปาเลสไตน์แต่เป็นส่วนน้อย ปรากฏว่าคนในพรรคเดโมแครต รวมถึงฮิลลารี คลินตัน และกมลา แฮร์ริส ก็โพสต์สนับสนุนในโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้เพราะพรรคเดโมแครตต้องการทําให้ขบวนการมวลชนเชื่องและสนับสนุนพรรค ดังนั้นฝ่ายซ้ายต้องพยายามไม่ให้ขบวนการถูกดึงไปในทางของพรรคเดโมแครต ซึ่งเวลาพรรคมีอำนาจก็ไม่ได้ทำอะไรก้าวหน้าเลย

บางครั้งพรรคเดโมแครตมีฝ่ายซ้ายสังคมนิยมเป็นไม้ประดับในพรรค เช่น โซห์ราน มัมดานี (Zohran Mamdani) ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กและตบหน้าทั้งทรัมป์และพวกผู้นำในพรรคเดโมแครตที่เกลียดสังคมนิยม แต่เราต้องดูว่า ในที่สุดไม้ประดับคนนี้จะประนีประนอมกับผู้ใหญ่ในพรรคและนายทุนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นชัดคือจุดยืนของ โซห์ราน ที่สนับสนุนปาเลสไตน์และต่อต้านอิสราเอลช่วยเพิ่มคะแนนเสียงให้เขา

การประท้วง No Kings แสดงให้เห็นถึงพลังการต่อต้านทรัมป์ และที่สำคัญคือหากขบวนการถูกผสมผสานด้วยอํานาจของกรรมาชีพ ก็จะมีอํานาจที่จะขัดขวางกลไกของรัฐได้ ทรัมป์ไม่เป็นที่นิยม คะแนนนิยมของเขาอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์สําหรับประธานาธิบดีที่เพิ่งชนะการเลือกตั้ง เพราะคนจํานวนมากมองว่าเขาใช้วิธีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือใช้ความหวาดกลัวและความรุนแรงเพื่อบรรลุเป้าหมาย
อนาคตจะถูกกำหนดจากการต่อสู้บนท้องถนนและการนัดหยุดงาน ไม่ใช่ด้วยการเน้นระบบรัฐสภา

